การสำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Bitcoin Reserve) คืออะไร

2025-03-14

เช่นเดียวกับที่ธนาคารกลางมักเก็บทองคำหรือเงินตราต่างประเทศ บิตคอยน์ก็ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่าในการถือครองระยะยาว ด้วยการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ “สำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์” จึงกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจในแวดวงการเงินและการกำหนดนโยบาย

การสำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์คืออะไร?

การสำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์คือการที่องค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ จัดเก็บบิตคอยน์ไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการเงิน โดยอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละองค์กรหรือประเทศ แต่โดยทั่วไปมักเกิดจากสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้

  1. ป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ (Hedge against inflation)

เนื่องจากบิตคอยน์มีจำนวนจำกัด (สูงสุด 21 ล้านเหรียญ) ไม่สามารถ “พิมพ์” เพิ่มได้เหมือนเงินสกุลทั่วไป จึงมีแนวโน้มที่จะรักษามูลค่าซื้อขายได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่มีภาวะเงินเฟ้อ

  1. กระจายความเสี่ยงในการลงทุน (Diversification)

การถือบิตคอยน์เป็นการเพิ่มประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ

  1. เก็บรักษามูลค่า (Store of Value)

บิตคอยน์ได้รับการยอมรับจากหลาย ๆ ฝ่ายว่าเป็น “ทองคำดิจิทัล” ด้วยความหายาก (Scarcity) และความคงทน (Durability) จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่มักถูกมองว่าสามารถเก็บรักษามูลค่าได้

ปัจจุบัน ผู้คนและองค์กรจำนวนมากขึ้นมองเห็นคุณค่าของบิตคอยน์ และเลือกที่จะเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการเงินเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะทางการเงินของตน

เหตุผลที่รัฐบาลและบริษัทเลือกถือบิตคอยน์ในลักษณะ “ทุนสำรอง”

  1. ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

สกุลเงินทั่วไปอาจเสื่อมมูลค่าลงเรื่อย ๆ ตามภาวะเงินเฟ้อ แต่บิตคอยน์มีจำนวนเหรียญจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ และมีอัตราการออกเหรียญใหม่ที่คาดการณ์ได้ จึงมีความน่าดึงดูดในการเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

  1. กระจายพอร์ตสินทรัพย์ (Diversifying Assets)

ทั้งภาครัฐและสถาบันมักถือครองทรัพย์สินหลากหลายประเภท เช่น เงินสด ทองคำ พันธบัตรรัฐบาล การเพิ่มบิตคอยน์เข้ามาจะช่วยกระจายความเสี่ยง โดยไม่พึ่งพาสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป

  1. เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

สำหรับประเทศที่มีเศรษฐกิจไม่มั่นคงหรือมีสกุลเงินอ่อนค่า การถือบิตคอยน์สามารถเป็นเหมือน “ตาข่ายนิรภัย” ได้ เพราะบิตคอยน์ทำงานอยู่บนเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) จึงไม่ขึ้นตรงกับประเทศหรือธนาคารกลางใด ๆ

  1. กลยุทธ์ด้านการเงินขององค์กร (Corporate Treasury Strategy)

บริษัทบางแห่งนำบิตคอยน์มาเป็นส่วนหนึ่งของแผนทางการเงิน ตัวอย่างเช่น MicroStrategy และ Tesla ที่ลงทุนบิตคอยน์หลายพันล้านดอลลาร์ โดยมองว่าบิตคอยน์เป็นทางเลือกที่ดีกว่าเงินสด

คำสั่งบริหารของทรัมป์ในการจัดตั้งสำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2025 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งบริหาร (Executive Order) เพื่อจัดตั้ง “Strategic Bitcoin Reserve” และ “U.S. Digital Asset Stockpile” โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมบทบาทของสหรัฐฯ ในภาคคริปโตเคอร์เรนซีและทรัพย์สินดิจิทัล

แหล่งที่มาของทุนสำรอง
สำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์จะได้รับจากบิตคอยน์ที่รัฐบาลได้ยึดมาจากคดีอาญาหรือทางแพ่ง โดยมีแผนที่จะเก็บบิตคอยน์ไว้เป็นทรัพย์สินสำรองระยะยาว (Store of Value) โดยไม่มีเจตนาที่จะขาย

U.S. Digital Asset Stockpile
จะประกอบด้วยเหรียญอื่น ๆ (Altcoins) และทรัพย์สินดิจิทัลหลากหลายประเภทที่ได้จากคดีการยึดหรือการริบ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (Treasury Secretary) มีอำนาจกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการ ซึ่งถือเป็นการรวมศูนย์ (Centralize) และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพย์สินดิจิทัลที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถือครอง

อนาคตของการสำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์

แนวคิดในการถือครองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรองมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อไป เมื่อความตระหนักถึงบทบาทของบิตคอยน์ในระบบการเงินยิ่งมากขึ้น ธนาคารกลางและรัฐบาลบางแห่งเริ่มศึกษาและทดลองนำบิตคอยน์เข้าสู่ระบบสำรองของตน เช่นเดียวกับองค์กรธุรกิจที่ลงทุนถือบิตคอยน์ในระยะยาว หากบิตคอยน์ยังคงได้รับการยอมรับมากขึ้น เราอาจได้เห็นการเติบโตของการจัดตั้ง “การสำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์” กันมากยิ่งขึ้น

สรุป

“การสำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์” คือการที่รัฐบาล บริษัท หรือสถาบันต่าง ๆ เลือกเก็บบิตคอยน์ไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการเงิน ทั้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ กระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและประเด็นเกี่ยวกับความโปร่งใส แต่ความเป็นไปได้ในการเติบโตของบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ระยะยาวก็ยังคงเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง